ข้อมูลและข้อเท็จจริง –

ข้อเท็จจริงประการหนึ่งคือ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด หรือกาแฟดอยช้าง ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นบุกเบิกและพยายามสร้างมาตรฐานและทำตลาดกาแฟจากต้นน้ำไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งปลูกโดยเกษตรกรจากไม่กี่ร้อยไร่ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา และพยายามรับซื้อผลกาแฟสุกในราคาสูงกว่าตลาดมาโดยตลอด โดยปกติจะสูงกว่าตลาดประมาณ 20-30%มาโดยตลอด และการันตีราคาที่ไม่น้อยกว่ากิโลกรัมละ 18 บาท (การประกันราคารับซื้อขั้นต่ำ) ในช่วงต้นฤดูจนถึงประมาณ 23-25 บาท ในบางปี และพวกเราต้องใช้ระยะเวลาต่อสู้มาหลายปีจากที่ไม่มีใครรู้จักจนกาแฟดอยช้างได้รับการยอมรับและมีชื่อในระดับสากล

เมื่อกาแฟดอยช้างเริ่มมีชื่อเสียงและเกษตรกรสามารถสร้างรายได้ที่ดีกว่าการปลูกพืชชนิดอื่นๆ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงหันมาปลูกกาแฟกันเป็นจำนวนมากจากไม่กี่ร้อยไร่ก็กลายเป็นเกือบ 3 หมื่นไร่ในระยะเวลาเพียง 10 กว่าปีเท่านั้น ในช่วงแรกๆ ผลกาแฟสุกส่วนใหญ่เกษตรกรก็ขายให้บริษัทฯ เนื่องจากผู้รับซื้อรายอื่นๆ บนดอยช้างที่จะสามารถช่วยซื้อจากเกษตรกรยังมีน้อยมาก ประกอบกับเป็นปริมาณที่ทางบริษัทฯ เองก็จะมีความสามารถในการรับซื้อและมีกำลังในการทำตลาดในแต่ละปี

ทางบริษัทฯ เองแม้ว่าจะมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเป็นธุรกิจชุมชนแต่ก็มีข้อจำกัดในการลงทุนซึ่งการรับซื้อกาแฟซึ่งมีปริมาณเกินความต้องการนั้นต้องใช้ทุนจำนวนมากในแต่ละปี และจะเป็นภาระหากไม่สอดคล้องกับความสามารถในการจำหน่ายหรือความต้องการของตลาด ในช่วงเกือบสิบปีมานี้ทางบริษัทฯ ทำตลาดกาแฟโดยรวมหลายร้อยจนถึงหลักพันตันต่อปี แต่หากบางปีที่กาแฟมีปริมาณมาก ซึ่งบนดอยช้างจะมีอยู่หลายพันตันต่อปี บริษัทฯ ก็จำเป็นต้องหยุดรับซื้อเมื่อมีปริมาณเพียงพอในการใช้และจัดจำหน่าย

แต่เนื่องจากบนดอยช้างมีผู้รับซื้อจริงๆ จำนวนน้อยรายมาก โดยตั้งแต่ประมาณปี 2551 เป็นต้นมา กาแฟบนดอยช้างเริ่มมีปริมาณมากกว่าความต้องการ และเกษตรกรบางส่วนก็ไม่ได้มีโรงงานแปรรูปเป็นกาแฟกะลา เกษตรกรส่วนหนึ่งซึ่งก็เป็นสมาชิกผู้จัดส่งผลกาแฟผลสุกให้ทางบริษัท ก็ได้ร้องขอและตกลงกันในการฝากทำ โดยทางบริษัทฯ จะแปรรูปให้และเก็บกาแฟกะลาไว้รวมถึงจะพยายามช่วยผลักดันการขายและทำตลาดให้ โดยมีข้อกำหนดว่าหากขายได้ก็จะชำระเป็นค่าผลกาแฟสุกในราคาเต็มเสมือนทางบริษัทฯ รับซื้อ และเกษตรกรทุกรายก็ร่วมเป็นสมาชิกซึ่งรู้จักและเข้าใจรวมถึงมีความร่วมมือต่อเนื่องกันอยู่แล้วโดยทางบริษัทฯ จะออกใบรับซื้อให้ไว้เป็นหลักฐานและยังรับปากว่าหากเกษตรกรรายใดต้องการใช้กาแฟหรือจะมารับกลับไปขายเองก็สามารถกระทำได้โดยต้องยินดีจ่ายต้นทุนจริงในการแปรรูปประมาณ 15 บาทต่อกาแฟกะลา 1 กิโลกรัมให้กับทางบริษัทฯ (ในขณะที่มีผู้ประกอบการบางรายรับจ้างแปรรูป 20-30บาทต่อกิโลกรัม)และในแต่ละปีการฝากผลกาแฟสุกเพื่อแปรรูปจากเกษตรกรไว้ที่บริษัทฯ ก็จะมีปริมาณในระดับหนึ่งซึ่งอาจดูไม่มากหากเทียบกับส่วนที่บริษัทฯ ซื้อเพื่อใช้ในแต่ละปี แต่ก็เป็นวิถีปฏิบัติที่เกิดขึ้นมาหลายปีหมุนเวียนกันไป และการรับฝากแปรรูปเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรก็ไม่ได้มีเฉพาะ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออรจินอล จำกัด เท่านั้น ยังมีบริษัทอื่นในพื้นที่มีความช่วยเหลือแบบเดียวกันอยู่บ้างเช่นกัน

ทั้งนี้ในสถานการณ์ธุรกิจปกติที่มีการส่งออกเมล็ดกาแฟดิบได้ตามเป้ากระบวนการก็จะราบรื่นไปด้วยดี ระยะเวลาหมุนเวียนก็จะไม่เกิน 1-2 ปี เนื่องจากกาแฟดอยช้างจะมีการบ่มอย่างน้อย 6-8 เดือนก่อนจำหน่ายอยู่แล้ว และเกษตรกรก็มีความพึงพอใจเพราะไม่ต้องถูกกดราคาจากผู้ซื้อรายอื่นๆ

แต่เนื่องจากตั้งแต่ประมาณช่วงปี 2560 เป็นต้นมา การส่งออกกาแฟดิบต่ำกว่าเป้าที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ เพราะราคากาแฟในตลาดโลกตกต่ำซึ่งท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ทางบริษัทฯ หยุดการรับฝากกาแฟจากเกษตรกรในปีถัดมาคือปี 2561 และพยายามช่วยพลักดันจำหน่ายกาแฟที่รับฝากใว้ก่อนหน้าออกไป จากปริมาณที่ช่วยรับฝากไว้เกือบ 300 ตันกะลาและทยอยขายออกพร้อมชำระค่ากาแฟให้เกษตรกรในส่วนที่จำหน่ายได้ตามราคาที่ตกลงใว้ จนปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 50 ตันกะลาเท่านั้น และจากประมาณการส่งออกที่รอคำสั่งซื้อมาก็น่าจะหมดภายในไม่เกินอีก 2-3 เดือนนับจากนี้

วิธีปฏิบัติเช่นนี้บางท่านอาจพยายามตีความว่าเป็นการเอาเปรียบเกษตรกรทั้งที่เป็นความพยายามหาทางช่วยเหลือเกษตรเพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องกลับไปถูกกดราคาและเจ็บปวดเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนอีกครั้ง… แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ 2 ปีที่ผ่านมาเราไม่สามารถรับฝากได้ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกษตรกรที่ยังไม่มีความสามารถแปรรูปได้เองมีความจำเป็นต้องขายผลกาแฟสุกให้กับพ่อค้ากาแฟจากภายนอก ซึ่งในบางช่วงราคาต่ำถึง13-14 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ทางบริษัทฯ รับซื้อในราคาการันตีเฉลี่ยที่ 20 บาท หากแต่เป็นปริมาณเท่าที่จะสามารถรับซื้อได้เท่านั้น

ในปีนี้ทางเกษตรกรบางส่วนจึงขอให้ทาง บริษัทฯ ช่วยรับฝากทำอีก ซึ่งบริษัทฯ เห็นปัญหาและเห็นใจเกษตรกรแต่ก็มีความจำเป็นต้องรับเฉพาะเกษตรกรที่เข้าใจสถานการณ์กาแฟไทยจริงๆ เท่านั้น ว่ากำลังถูกกระทบจากหลายๆ ปัจจัยในปัจจุบัน

ท่านสามารถสละเวลาขึ้นมาพิสูจน์และมองเห็นภาพความเป็นจริงที่บนดอยช้างได้ตลอดเวลา และจะได้สัมผัสกับพวกเราว่าเรามีวิถีชีวิตเสมือนครอบครัวเดียวกันบนดอยช้าง ที่หาทางช่วยกันรักษาชื่อเสียงกาแฟดอยช้างซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆไม่ว่าจะเป็นการปกป้องการใช้กาแฟจากที่อื่นแล้วอ้างสวมว่าเป็นกาแฟดอยช้าง หรือจะเป็นความช่วยเหลือทางด้านอื่นๆในการพัฒนาผ่านมูลนิธิหรือสมาคมต่างๆ รวมทั้งรักษาวัฒนธรรมของพวกทั้งอาข่า ลีซู หรือพี่น้องชาติพันธุ์อื่นที่นี่

และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เสพข้อมูลข่าวสารต่างๆ จะสามารถมีโอกาสได้รับข้อมูลรอบด้านขึ้น ก่อนที่ใครก็ตามที่มีความตั้งใจที่จะทำเพื่อส่วนรวม เพื่อชื่อเสียง เกียรติภูมิของชาติพันธุ์ และคนปลูกกาแฟจะเสียกำลังใจไปเสียก่อน…สำหรับทุกคนทุกคนครับ…ไม่ใช่แค่คนดอยช้างและกาแฟดอยช้างเท่านั้น

ขอบคุณครับ

 

The Fact & Information :

Regarding the regular partnership and relationship between coffee farmers and Doi Chaang Coffee Original Co., ltd.

 

Regarding the concern that coffee growers may be pressed to cut down the coffee price by anonymous brokers like in the past decade.

 

Due to the recent information that had been posted and shared on some social media that pointed out some issue on the coffee buying process and relationship of farmers and Doi Chaang Coffee Original Co., Ltd. It is mentioned that the company has owed the payment of purchasing coffee from the farmers.

 

In fact, the information was not presented completely and does not included some material contents given by company, especially on our long years of hard working and effort on very close relationship and the way we cooperate among different tribes in DOI CHANG area. We all are “Hill Tribes” even we are comprise of few different tribes, but worked hard together to promote coffee in DOI CHANG area, the village that very few known earlier and we had ever got quite limited support from outside of our community since the beginning in couple decades ago.

 

“Doi Chaang Coffee Original Co., Ltd.” or well known as “            Doi Chaang Coffee” is a local villager’s corporation being the pioneer and working together with all coffee growers, trying to standardized and promoting coffee from upstream to customer, since 2003 started from farmers members with only few hundred Rai (less than 100 Arcs) of coffee plantation. We had always purchased coffee from farmers with the prices 20-30% higher than market price (Minimum price 18 Baht at the early harvesting season and even up to 23-25 Baht in some years) and we had tried couple years from the situation that nobody even know about Doi Chaang Coffee to global market. As a result, when Doi Chaang Coffee become more well known, farmers get better income compared to other crops, so coffee plantation increase from few hundred Rai (Less than 100 Arcs) to almost 30,000 Rai (8,000 Arcs) within 10 years. In the beginning, most of Coffee Cherry fruit was sold to Doi Chaang Coffee company due to the buying capacity of other processors were still limited and during that time company was capable to handle the coffee quantity as it in line with our sale of each year.

 

Even though the company was established with the objective of supporting community (or social enterprise) we still need to manage the proper quantity in purchasing the Coffee Cherry in order to synchronize with the investment and market demand or ability to trade the coffee beans. The amount of purchasing coffee cherry that exceed the demanded quantity by using huge funding will be a challenge and burden. And from last decade, company was tried to increase the coffee sale, in many different marketing channels, from hundreds to thousand matrix tons but in some years that coffee in exceed the demanded quantity the company have to stop purchase unfortunately when its met the demand quantity.

 

But due to the limitation of other real coffee buyers in our area who are willing to purchase coffee from farmers, it was very few, then since 2008, Amount of Coffee in DOI CHANG area started to exceed the demand and most of the farmers don’t have processing facilities, farmers who are our members requested us to take coffee and agreed to deposit coffee in the way that, Doi Chaang Coffee will process into parchment and will try to sell coffee for them later, once when coffee was sold out, they will get payment the same full price as they sell coffee cherry which all members understand and agree with the cooperative ways, which the company give them the purchasing slip as an evidence, and even promised that if any farmers want to use or sell coffee to their own clients, they can get their coffee anytime by only paying small cost for processing which is agreed at 15 Baht per Kg (Normally, other processors charge 20-30 Baht per Kg to process coffee into parchment ). The depositing amount of coffee cherry from growers is quite small compare to the quantity that purchased by the company each year. Even we want to help the farmers as much we can but we only try to take in the maximum amount that possible to help them sell out.

 

This such practicing in helping the farmers to process the coffee has happened since many years already in order to help farmers who have no place to supply, not only Doi Chaang Coffee Original Co., Ltd. do alone, other few companies also practice in such way to support farmers.

 

This practice is always going smoothly in normal economic situation that the exported quantity meet the target and timing will not be more than 1-2 year as Doi Chaang Coffee always have parchment curing for at least 6-8 months, and farmers were satisfied with the ways that operated as they don’t have to sell their coffee cherry with very low price to other brokers.

 

From 2017, the export quantity was much lower than what we expected due the decreasing of global coffee prices, company then had to stop coffee deposit system in 2017/2018 crop and endeavor to help them selling the earlier crop deposited quantity and paid back the cost of coffee cherry as agreed from total approx. 300 tons of parchment, until the deposited quantity currently reduced to less than 50 tons which expected to be sold off according to estimating export order will be within 2-3 months. The fact is this balance is really not the amount that the company has owed for coffee purchase from the growers as mentioned over the social media, but the amount that waiting to sell off for the farmers.

 

Some people might define such practicing as the exploiting farmers even though that was the way to help farmers from going back to the past decades which was forced to sell coffee in very low prices and heart breaking as it was happened before Doi Chaang Coffee Original Co., Ltd. existed. But it was sad that during last 2 years that we temporary suspended the deposit system, farmers have to sell coffee cherry to outside brokers and in some bad days only can get 13-14 Baht per kg. Whatever happen, our company still paid at least 20 Baht per kg, unfortunately, we can purchase with the demanded quota only.

In this year(crop 2019/2020), many coffee farmers requested the company to help and use the deposit system back again. We understood the situation that the coffee cherry price has been cut down to very low because the farmers has no option either sell cheap to the other brokers or let the cherry spoiled. We decided help our farmers with depositing coffee cherry practice again, but will only accept small quantity from farmers who understand the current Thai coffee situation that being affected from difference factors.

 

In order to verify the fact , Everyone is always welcome to visit us and experience the real situation here at DOI CHANG area so you will truly understand how we (DOI CHANG people) treats and being treated each others as family members and work together only to find ways to help maintain reputation of our coffee origin which it was not easy to become like today, We (DOI CHANG people) are still work together to protect our dignity, our rights, from someone using other origin’s coffee and represent as DOI CHAANG Coffee. We are

 

 still working hard together in order to continuously develop our villages, our livelihood, our cultures via foundation, via association, via our cultural among AKHA, LISU and other hill tribes in the areas.

 

We hope that the media consumers will try to look at data or to consider enough and all- round information before deciding that the information is correct or not…

 

Please do not let people who try to benefit the public and surrounding to be discouraged, peoples who are working for community, dignity of hill tribes, and coffee farmers, …. Not only DOI CHANG people and DOI CHAANG Coffee… But should be for everyone.

Thanks