Beyond Fair Trade
แนวคิดเรื่องแฟร์เทรดนั้นมีมากว่า 40 ปีแล้ว แต่เริ่มมีการดำเนินงานอย่างจริงจังตั้งแต่ปี ค.ศ 1988 (พ.ศ 2531) ซึ่งมีการออกเครื่องหมายแฟร์เทรดเป็นครั้งแรกโดยการผลักดันของหน่วยงานเพื่อการพัฒนาของเนเธอร์แลนด์ชื่อ Solidaridad
สินค้าแฟร์เทรดชิ้นแรกก็คือ กาแฟจากเม็กซิโกที่วางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตในเนเธอร์แลนด์ภายใต้ชื่อ “Max Havelaar” ต่อมาแนวดิดดังกล่าวจึงได้รับการเผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆทั่วยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น
มูลนิธิแฟร์เทรดของอังกฤษตั้งขึ้นในปี ค.ศ 1992 ถือเป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้ FLO International องค์กรเพื่อการสนับสนุนการค้าที่เป็นธรรมในประเทศกำลังพัฒนา เจ้าของเครื่องหมายแฟร์เทรดในปัจจุบันผู้สร้างมาตรฐานการค้าที่เป็นธรรมผ่านเงื่อนไขหลัๆคือ
- การรับซื้อในราคาที่ยุติธรรม
- การรองรับการซื้อขายในระยะยาว เพื่อให้เกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตได้อย่างยั่งยืน
- การจ่ายค่าสินค้าล่วงหน้าบางส่วนเพื่อให้เกษตรกรพ้นจากภาระทางการเงิน
จุดมุ่งหมายหลักของแฟร์เทรดคือ พัฒนาความเป็นอยู่ของผู้ผลิตโดยการเพิ่มอำนาจในการต่อรองและประกันราคาที่เป็นธรรม ไม่ใช้แรงงานเด็กและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการผลิตและการค้าของผู้ด้อยโอกาสโดยเฉพาะผู้หญิงและชาวพื้นเมือง กระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการค้าโดยชอบธรรมเพื่อเป็นตัวอย่างของการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม
ดูหลักการแล้วจะเห็นว่ามันดี ถามว่ากาแฟดอยช้างต้องการไหม? “มันมีประโยชน์กับผู้ผลิตบางประเทศ บางกลุ่มที่ถูกกดจริงๆ แต่สำหรับเกษตรอิสระอย่างบ้านเราโดยเฉพาะคนปลูกกาแฟบนดอยช้าง เขาดูแลตัวเองได้หมด มันจึงไม่จำเป็น”
แต่ปัญหาจะมีนั่นหมายถึงการจำหน่ายในต่างประเทศ ผู้บริโภคในต่างประเทศเขาดูเครื่องหมายอันนี้ ถ้าไม่มีเครื่องหมายแฟร์เทรดก็วางจำหน่ายไม่ได้ ไม่มีใครซื้อ
เพื่อให้โลกรู้ว่า ยังมีสิ่งที่เหนือกว่าแฟร์เทรด เครื่องหมาย ” Beyond Fair Trade” จึงเกิดขึ้นโดยเราเป็นผู้จดทะเบียนเครื่องหมายตราดังกล่าวติดคู่ไปกับแฟร์เทรด
ปัจจุบัน Beyond Fair Trade จึงกลายเป็นกรณีศึกษารูปแบบใหม่ของการทำธุรกิจ